วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

จตุฉะ 4 in 1 จตุรเทพชา เพื่อสุขภาพ

จตุฉะ 4 in 1 จตุรเทพชา เพื่อสุขภาพ

จตุฉะ ชา 4 ชนิดที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
การดื่มจตุฉะ ที่มีชาผสมกัน 4 ชนิด เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเพียงชนิดเดียวถึง 10 เท่า ก่อนจะบริโภคอะไรเข้าไปในร่างกาย เรามาดูกันก่อนว่าเจ้าสิ่งนี้ที่โฆษณาว่าดี มีคุณประโยชน์อะไรบ้าง ทางเราจัดหาข้อมูลดีๆ ของ จตุฉะ จตุรเทพของชา มานำเสนอประกอบการตัดสินใจ ทั้งความรู้ที่มาที่ไปของชาแต่ละชนิด และคุณประโยชน์เฉพาะของชาแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น ชาเขียว ชาอู่หลง ชาขาว ชาดำ 



ชา เป็นเครื่องดื่มประเภทหนึ่งที่ถูกจัดว่ามีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น ชาเขียวชาอู่หลง หรือชาดอกไม้ เพื่อทำความเข้าใจถึงเรื่องนี้ รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ได้อธิบายว่า ชา (Camellia sinensis) เป็นพืชที่นิยมนำมาดื่มอย่างกว้างขวางทั่วโลก ในรูปแบบเครื่องดื่มจากส่วนใบและยอดอ่อน ปัจจุบันชาที่นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องดื่มนั้นมีหลายประเภทด้วยกัน แตกต่างกันที่กระบวนการหมัก ซึ่งสามารถแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ชาอู่หลง ชาเขียว และชาดำ การดื่มชาที่กำลังเป็นแฟชั่นยอดนิยมในปัจจุบัน ซึ่งนักวิจัยได้ค้นพบสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ในส่วนของชาอู่หลง ซึ่งมีส่วนประกอบที่ช่วยในการดูดซึมไขมันและช่วยควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งยังเป็นชาที่ดีต่อสุขภาพในด้านต่างๆ เช่น ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านอนุมูลอิสระ มีการวิจัยพบว่า ชาอู่หลงเป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักเพียงบางส่วนไม่เกิน 20% หรือเรียกว่า กระบวนการกึ่งหมัก นอกจากจะทำให้ชามีกลิ่นหอมเฉพาะ อร่อย นุ่มละมุน และชุ่มคอแล้ว ยังสามารถรักษาองค์ประกอบทางเคมีได้ใกล้เคียงกับใบชาเขียว และกระบวนการหมักนี้ยังทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี เกิดสารใหม่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่เรียกว่า สารกลุ่มโพลิเมอร์ไรซ์ โพลิฟีนอล หรือโอทีพีพี เป็นองค์ประกอบหลัก มีผลต่อการลดและควบคุมไขมันในเลือด โดยสามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไลเปส ลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ภายหลังจากรับประทานอาหาร ลดการดูดซึมไขมัน โดยทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น และเพิ่มการขับไขมันออกทางอุจจาระ.

สำหรับชาเขียว เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ของคุณผู้หญิงว่า สรรพคุณของชาเขียว และ ประโยชน์ของชาเขียว นั้นช่วยลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งชาเขียวยังได้รับการโปรโมทจากสื่อโฆษณามากมายอันยิ่งทำให้มั่นใจได้ว่าคงจะไม่มีใครไม่รู้จักชาเขียวกันใช่ไหมล่ะค่ะ นอกจากชาเขียวจะมี สรรพคุณของชาเขียว และ ประโยชน์ของชาเขียว มากมายแล้ว ด้านคุณสมบัติของชาเขียวนั้นก็จะมี กลิ่นหอม ทำให้ชุ่มคอ 

ชาเขียว เป็นเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณเป็นยาไปในตัวด้วย โดยสามารถช่วยล้างพิษออกจากร่างกายได้ลึกถึงระดับเซลล์ อุดมไปด้วยสารแคซิทิน ซึ่งเป็นสารแทนนินชนิดหนึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านการเกิดมะเร็งและสามารถยับยั้งการสร้างไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งรุนแรงที่มีในเนื้อสัตว์และอาหารทะเล นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุฟูลออไรด์สูงเป็นส่วนในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง การดื่มชาตอนเช้าช่วยในการป้องกันฟันผุได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามสาวๆ ควรจะดื่มในปริมาณที่พอดีไม่มากเกินไปจนส่งผลไม่ดีต่อร่างกาย

นักดื่มชาในปัจจุบันเริ่มรู้จักกับ ชาขาว กันมากขึ้นอีก 1 ประเภท ซึ่งชาขาว เป็นชาที่ได้จากช่อใหม่ของต้นชาหรือยอดชาอ่อน และผ่านกระบวนการผลิตโดยใช้ความร้อนน้อยที่สุด จึงทำให้คุณค่าทางโภชนาการและศักยภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับชาชนิดอื่นๆ โดยในชาขาว มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับชาเขียว ที่เรานิยมดื่มกันทั่วไปในปัจจุบัน 

ในแง่สรรพคุณทางยาของชาขาวนั้น มีอยู่มากมายหลายอย่างด้วยกัน โดยมีทั้ง สารต้านอนุมูลอิสระ สารคาเทชิน ฟลาโวนอยด์ สารคาเฟอีน และกรดอะมิโน โดยเฉพาะ คาเทชิน ที่มีอยู่ในชาขาวสูงกว่าชาชนิดอื่นๆ จะช่วยปกป้องสภาพผิวจากปัจจัยแวดล้อมภายนอกต่างๆ ที่คอยทำลายผิวพรรณ 


จากการทดลองของ มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน (University of Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ก ร่วมกับ Stephens & Associates Inc สหรัฐอเมริกา พบว่า สารสกัดชาขาวสามารถยับยั้งและป้องกันการถูกทำลายของสารพันธุกรรม (DNA) ในเซลล์หลังการสัมผัสแดด โดยสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยปกป้องผิวจากภายใน และปกป้องเซลล์ผิว ทำให้สามารถปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดด อันเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยหรือจุดด่างดำ 



ชาดำ (black tea) ได้มาจากการเก็บใบชาอ่อนไปบดด้วยลูกกลิ้ง ซึ่งเซลล์ใบชาจะแตกช้ำโดยใบไม่ขาด และเอนไซม์ในเซลล์จะย่อยสลายสาร เกิดเป็นกระบวนการหมัก ทำให้เกิดกลิ่นและรส และใบชาเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีทองแดง ทิ้งไว้ระยะหนึ่งก่อนใช้ความร้อนเป่าไปที่ใบชาหรืออาจจะนำใบชาไปอังไฟ หรือรมด้วยไอน้ำ เอนไซม์จะหมดฤทธิ์ ใบชาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ นำไปตากหรืออบให้แห้ง จากนั้นบดหรือหั่นตามแต่ชนิดของชา ชาที่ได้มาเรียกว่า ชาดำ 

เกี่ยวกับประโยชน์ของชาดำ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา ระบุว่า การดื่มชาดำช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เพราะชาดำมีสรรพคุณปรับปรุงสภาพเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ โดยงานวิจัยชิ้นล่าสุดช่วยยืนยันผลการศึกษาก่อนหน้านี้ที่พบว่าชาประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ฟลาโวนอยด์ สารเคมีตัวนี้ช่วยป้องกันคอเลส เตอรอลไม่ให้ทำลายเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ 

ทั้งนี้โรคหัวใจที่เกิดจากการขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง มีสาเหตุสำคัญอยู่ที่ชั้นบางๆ ของเซลล์ที่อยู่บริเวณผนังของเส้นเลือดถูกทำลาย ชั้นบางๆ มีความสำคัญเพราะทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่น ขยายตัวหรือหดตัวได้ตามที่หัวใจต้องการเลือด และชั้นบางๆ ของเซลล์ที่ผนังเส้นเลือดยังป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อน และผนังเลือดอักเสบ การดื่มชาดำจะส่งผลโดยทันทีและในระยะยาวต่อหลอดเลือด โดยการทดลองได้นำอาสาสมัคร 50 คนที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ แบ่งเป็นกลุ่มแรกให้ดื่มชาดำ ส่วนกลุ่มที่ 2 ให้ดื่มน้ำเปล่า ผลปรากฏว่าผู้ที่ดื่มชาดำวันละ 4 ถ้วย มีชั้นบางๆ ที่หลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจดีขึ้น แต่คนที่ดื่มน้ำเปล่าไม่มีผลใดๆ


ยังมีข้อมูลตีพิมพ์ในวารสาร Psychopharmacology ศ.แอนดริว เตรบโต พบว่าคนที่ดื่มชาดำในการทดลองสามารถลดความเครียดได้ง่ายและฟื้นตัวจากความเครียดได้เร็วกว่าคนที่ไม่กินชา หรือได้รับชาดำหลอก หรือ placebo tea อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ามีสารเคมีอะไรที่มีผลต่อการฟื้นตัวจากสภาพที่เครียดดังกล่าว เพราะสารเคมีในชามีความซับซ้อน และมีสารเคมีในชาหลายตัว เช่น catechins, polyphenols, flavonoids และ amino acids เป็นต้น มีผลต่อการส่งกระแสประสาทในสมองทั้งสิ้น 

การเทียบคุณค่าระหว่างชาดำกับชาเขียวมีข้อมูลว่า กระบวนการผลิตทำให้สารเคมีที่เป็นประโยชน์ เช่น สารไอโซฟลาโวน (อาทิ สารคะเตชิน) ในชาเขียวยังไม่ถูกทำลายไปมากนัก ชาเขียว 100 กรัม ยังมีสารคะเตชินเหลืออยู่ถึง 14.2 กรัม ขณะที่ในชาดำมี 4 กรัมต่อใบชา 100 กรัม อย่างไรก็ตาม พบว่าชาดำกับชาเขียวมีสารเคมีที่เรียกว่า โพลีฟีนอล ใกล้เคียงกัน คือประมาณ 15-16 กรัมต่อใบชา 100 กรัม เหตุนี้เองจึงมีนักวิทยาศาสตร์บางคน ยืนยันว่าชาดำก็ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้เหมือนกัน แต่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าชาเขียวให้ประโยชน์มากกว่า เพราะมีสารคะเตชินมากกว่า 


สรุป จตุฉะ ชา 4  ชนิด ประกอบด้วย

1. ชาขาว (White Tea) เด็ดจากยอดตูมของใบชาที่่อ่อนที่สุด ยังปกคลุมด้วยปุยขนอ่อนสีขาวต้องเก็บภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนใบชาจะโตเต็มที่  เมื่อเก็บใบชาไปแล้วจะนำไปคั่วทันที แล้วนำไปอบแห้งแบบไม่มีการหมัก ได้สารสำคัญคือ EGCG (Epigallocatechingallate)

2. ชาเขียว (Green Tea) เด็ดจากยอดชา 3-4 ใบต่อต้น เมื่อเก็บใบชาไปแล้วจะนำไปคั่วทันที แล้วนำไปอบแห้งแบบไม่มีการหมัก ได้สารสำคัญคือ EGCG (Epigallocatechingallate)

3. ชาอูหลง ( Oolong Tea)  เด็ด 1 ยอดตูม 2 ใบบานต่อต้น เมื่อเก็บใบชาไปแล้วจะนำไปผึ่งแดด แล้วเขย่า ต่อจากนั้นนำไปหมักเป็นเวลา 12 ชั่วโมง (จะหมักเป็นบางส่วน) ได้สารสำคัญคือ EGCG + Theaflavins + Thearubigins

4. ชาดำ (Black Tea) เด็ด 1 ยอดตูม 2 ใบบานต่อต้น หลังจากเก็บใบชาแล้ว จะนำไปผึ่งแดด ต่อจากนั้นนำไปนวด  และหมักเป็นเวลา 48 ชั่วโมง (หมักอย่างสมบูรณ์) ได้สารสำคัญคือ Theaflavins และ Thearubigins

รูปแบบการชงชาแบบเดิมที่ควรอนุรักษ์
แต่อาจไม่เหมาะกับวิถีชีวิตคนทำงานนัก
วันนี้ จตุฉะ มาพร้อมขวดเชค เติมน้ำเขย่า ดื่ม

สรุปคุณประโยชน์ของจตุฉะ
-เพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญไขมัน ช่วยลดน้ำหนัก
-เพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญแป้ง และน้ำตาลช่วยลดน้ำหนัก
-ลดขนาดของเซลล์ไขมัน ช่วยให้ผิวตึงกระชับ ลด Cellulite
-ลดขนาดของพังผืด ระหว่างกลุ่มของเซลล์ไขมัน
-ทำให้ผิวเนียน เรียบ เต่งตึง ไม่เป็นผิวเปลือกส้ม (Cellulite)
-ช่วยยับยั้งการสะสมของไขมันใหม่
-ยับยั้งการดูดซึมของแป้งให้เป็นน้ำตาล
-ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดน้ำหนัก
-ช่วยยับยั้งการเปลี่ยนแป้งให้เป็นไขมัน
-ลดการสะสมของไขมันส่วนเกินอย่างได้ผล


สั่งซื้อ สินค้ากิฟฟารีนรับส่วนลดกิฟฟารีน 25 %
สมัครสมาชิก สะสมแต้ม รับส่วนลด มีประกันชีวิตให้
สมัครสมาชิกกิฟฟารีน สินค้าคุณภาพเยี่ยม ราคาโดนใจ
สมัครสมาชิกกิฟฟารีน เปลี่ยนรายจ่ายเป็นรายได้
ทำกิฟฟารีนออนไลน์ สร้างรายได้ง่ายๆจากที่บ้านคุณเอง


หรือ
ซื้อสินค้าเองได้ที่ศูนย์กิฟฟารีนทั่วประเทศโดยใช้รหัสสมาชิก
111061449 จะได้รับส่วนลด 25%
คุณ ธนสิทธิ์ ปิ่นทองพันธ์ โทร.094-586-4798
ถ้าต้องการสมัครสมาชิกเองสามารถนำ ชื่อ- นามสกุล

  และรหัสสมาชิกนี้ไปเป็นผู้แนะนำได้ครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น